เดือน: สิงหาคม 2019

ประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมกับอายุรถยนต์

Published / by admin

อายุรถยนต์เท่านี้ ทำประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี ถึงจะเหมาะสมที่สุด?

อย่างที่รู้กันว่า รถยนต์ กับ ประกันภัยรถยนต์ เป็นของคู่กัน เหมือนมือถือกับที่ชาร์จแบต หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป ก็คงใช้งานไม่ได้ และแม้รถยนต์จะสามารถขับได้ปกติ โดยไม่ต้องมีประกันภัยรถยนต์ก็ได้ แต่ว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ เนื่องจากการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง มักมีค่าเสียหายมหาศาลเสมอ อย่างเล็กๆ น้อยๆ ก็น่าจะเฉียดหลักหมื่น จะดีกว่าไหม ถ้ารถยนต์ของคุณ มีประกันภัยรถยนต์ตลอดแบบไม่เคยขาด เพื่อดูแลรถยนต์ให้ครอบคลุมมากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวไม่คาดฝันเมื่อใด ก็ยังอุ่นใจอยู่ดี ว่าแต่รถยนต์ของคุณมีอายุเท่าไหร่ ประกันภัยรถยนต์ที่ทำอยู่เหมาะสมแล้วหรือยัง หรือถ้าหากคิดว่ารถเก่ามากแล้วไม่ต้องทำประกันภัยก็ได้ ไม่มีเจ้าไหนรับทำแน่ๆ แบบนี้ใช่หรือเปล่า มาค้นหาคำตอบ เพื่อหาแผนประกันภัยรถยนต์ที่ตรงใจและเหมาะกับรถยนต์กันดีกว่า

1. ประกันภัยรถยนต์สำหรับรถใหม่ป้ายแดง อายุไม่ถึง 2 ปี

สำหรับรถยนต์ที่เพิ่งถอยออกมาจากโชว์รูมได้ไม่ถึงปี หายห่วงเรื่องประกัน เพราะปีแรก รถยนต์ใหม่จะมีประกันภัยชั้น 1 ติดมาด้วยเสมอ หากซื้อด้วยการกู้สินเชื่อจากธนาคาร (ไฟแนนซ์รถยนต์) แต่พอในปีถัดมาก็จะสามารถเลือกประเภทประกันภัยรถยนต์ได้เอง ซึ่งสำหรับมือใหม่หัดขับ แนะนำให้ทำประกันภัยชั้น 1 ต่อ อีกสักปี เพราะน่าจะยังไม่คุ้นชินกับรถมากนัก อาจเกิดขับชนอะไรเล็กๆ น้อยๆ ได้ หรือไม่ก็ลองเช็กประวัติและพฤติกรรมการขับรถของตนเองดูว่า เคยชน เคยเกิดอุบัติเหตุเล็กใหญ่บ่อยไหม เคยเคลมหรือเปล่า เนื่องจากค่าเบี้ยประกันจะมีการปรับเปลี่ยนตามนั่นเอง แต่ถ้ามั่นใจว่ารถยนต์คันนี้ไม่ค่อยได้เอาออกมาขับเลย อาทิตย์หนึ่งจะใช้ไม่กี่ครั้ง แถมไม่เคยมีประวัติชนมาก่อนเลย แนะนำให้ลองดูประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เพราะได้รับความคุ้มครองไม่ต่างจากประกันภัยชั้น 1 มากนัก โดยข้อแตกต่างมีเพียงไม่คุ้มครองความเสียหายหากเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี ฉะนั้นการชนเสา ชนรั้วบ้าน ชนฟุตปาธ ไม่รับเคลม ทำให้ประกันภัยชั้น 2+ มีค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่าประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นไหนๆ เริ่มต้นหลักพันเท่านั้น

2. ประกันภัยรถยนต์สำหรับคนที่ขับรถมาได้สักพัก อายุรถยนต์ประมาณ 3 – 5 ปี

ระยะเวลา 3-5 ปี น่าจะสั่งสมประสบกาณ์ในการขับรถมากพอสมควร มากกว่านั้นอายุรถก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่รถใหม่ป้ายแดงเหมือนแต่ก่อน แต่ถ้าหากเป็นรถยนต์คันโปรดใช้ตลอด ขับทุกวัน และชอบออกต่างจังหวัดบ่อยๆ ยังแนะนำให้ทำประกันภัยชั้น 1 อยู่ดี เนื่องด้วยประกันภัยชั้นนี้คุ้มครองได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเกิดเหตุแบบไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์เลย จอดอยู่บ้านให้ฝุ่นจับซะมากกว่า มากกว่านั้น บ้านยังไม่มีรั้วรอบขอบชิดมากนัก ถึงรถจะไม่ใหม่ แต่ก็ยังเป็นที่ต้องตาต้องใจของโจรอยู่ดี ทำให้ประกันภัยชั้น 2+ เหมาะสมกับคนที่เชี่ยวชาญในการขับรถและไม่ค่อยได้เอารถออกไปขับมากนัก แต่ยังห่วงรถอยู่ดี กลัวรถหาย ทำประกันภัยชั้นนี้ ตอบโจทย์อย่างมาก เนื่องจากคุ้มครองรถหาย ไฟไหม้นั่นเอง

3. ประกันภัยรถยนต์สำหรับรถยนต์อายุเกิน 5 – 7 ปี

ช่วงอายุรถเท่านี้ ส่วนมากน่าจะผ่อนหมดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปีที่ 5 ยกเว้นเลือกแบบผ่อนนานๆ ถึง 7 ปี อายุุรถยนต์ประมาณนี้ เรียกว่าไม่เก่าเท่าไหร่ ยังใช้งานได้ดีอยู่ และสามารถนำไปขายเป็นรถมือสองได้อีกด้วย การเลือกทำประกันภัยจึงไม่ค่อยเหมาะกับประกันภัยชั้น 1 มากนัก แต่ถ้าไม่ติดเรื่องค่าเบี้ยประกัน ประกันภัยชั้น 1 ยังตอบโจทย์สำหรับรถทุกอายุอยู่ดี ถึงแม้จะมีอายุ 7 ปี บางบริษัทก็ยังมีแผนประกันสำหรับรถอายุเท่านี้อยู่ แต่หากรู้สึกว่าประกันภัยชั้น 1 ไม่จำเป็นเลย และมีความคิดอยากจะนำรถไปขายเป็นรถมือสอง อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แนะนำให้ทำประกันภัยชั้น 2+ ไว้ดีกว่า เนื่องจากคุ้มครองได้พอๆ กับชั้น 1 มีข้อดีที่ค่าเบี้ยที่ถูกกว่ามาก รถอายุเท่านี้แถมมีประกันภัยติดตัว เรียกว่าเป็นคนที่ดูแลรถได้ดี

4. ประกันภับรถยนต์สำหรับรถอายุ 7 ปี ขึ้นไป

เข้าข่ายรถยนต์ที่มีอายุ เรียกว่ารถเก่าวินเทจ หากยังขับได้แถมมีสภาพเครื่องที่ดีอยู่ การเลือกทำประกันภัยรถยนต์สำหรับรถยนต์อายุเท่านี้ แนะนำเป็นประกันภัยชั้น 3 หรือ 3+ แล้วแต่สะดวก โดยเลือกจากพฤติกรรม และความสามารถทางการเงินในการดูแลรถ หากเลือกประกันภัยชั้น 3 อย่างที่รู้กันว่าประกันภัยชั้นนี้จะคุ้มครองน้อยที่สุด โดยจะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของคู่กรณีเท่านั้น แต่สำหรับประกันภัยชั้น 3+ ก็จะมีความพิเศษมากกว่า 3 ตรงที่มีความคุ้มครองมากกว่า โดยคุ้มครองไปถึงการชนแบบมีคู่กรณี ไม่ว่าเราจะถูกหรือผิดก็ตาม ประกันจะชดเชยค่าเสียหายให้ ทำให้รู้สึกเบาใจมากกว่า การขับรถที่ไม่มีประกันรถยนต์ติดตัวเลย

การใช้รถเข็นวีลแชร์ที่เหมาะสมจะทำให้ชีวิตประจำวันของคุณง่ายขึ้น

Published / by admin

หากคุณมีอาการบาดเจ็บหรือมีปัญหาสุขภาพที่ จำกัด การเคลื่อนไหวของคุณคุณสามารถบรรลุความเป็นอิสระที่คุณต้องการด้วยเก้าอี้ล้อเลื่อนที่เหมาะกับคุณ รถเข็นคนพิการถูกสร้างขึ้นสำหรับคนทุกขนาดรูปร่างและอายุและมีคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความสนใจที่หลากหลายของผู้ใช้และเหมาะสมกับความช่วยเหลือในระดับต่างๆ ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกเก้าอี้รถเข็นคือประเภทของภูมิประเทศและสภาพอากาศทั่วไปที่คุณต้องรับมือ มีอุปกรณ์เสริมสำหรับรถเข็นคนพิการเช่นเดียวกับทางลาดรถเข็นและลิฟท์ที่จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นและสะดวกมากขึ้นถ้าคุณสัมผัสกับชีวิตบนล้อทั้งแบบถาวรหรือชั่วคราว

รถเข็นวีลแชร์สองประเภทกว้าง ๆ คือเก้าอี้แบบแมนนวลขับเคลื่อนโดยผู้ใช้และเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ หากคุณมีความแข็งแรงของร่างกายส่วนบนที่สมเหตุสมผลคุณอาจจะมีความสุขกับรถเข็นแบบแมนนวลและมันก็เป็นเพียงเรื่องของการเลือกหนึ่งที่เหมาะกับคุณทั้งทางร่างกายและในแง่ของไลฟ์สไตล์ของคุณ

รถเข็นวีลแชร์ด้วยตนเองมีน้ำหนักเบาและง่ายต่อการขนส่ง

หากคุณสามารถขับเคลื่อนเก้าอี้รถเข็นที่มีแขนของคุณเก้าอี้แบบแมนนวลนั้นเป็นเก้าอี้ที่มีราคาแพงที่สุดไม่มีแบตเตอรี่สำหรับการชาร์จและความจริงที่ว่ามันมีน้ำหนักเบาทำให้การเดินทางพร้อมกับมันและการเคลื่อนย้ายทำได้ง่าย

1.รถเข็นวีลแชร์ราคาถูก แบบแมนนวลมาตรฐานมีที่วางแขนและที่วางเท้าที่สามารถปรับได้ แต่สามารถปรับขึ้นลงได้ เก้าอี้เหล่านี้ทำจากเหล็กโครเมี่ยมหรืออลูมิเนียมและวัสดุที่ใช้มีผลต่อน้ำหนักและราคาของเก้าอี้

2. รถเข็นคนพิการแบบถอดได้ด้วยมือมีที่วางแขนหรือที่วางเท้าที่ถอดออกได้หรือทั้งสองอย่างและเหมาะสมอย่างยิ่งหากคุณไม่สามารถรับน้ำหนักที่ขาของคุณได้

3. รถเข็นกระดูกและข้อเป็นทางเลือกที่ดีถ้าคุณมีปัญหาสะโพกหรือหัวเข่าเนื่องจากมีที่วางเท้าจำนวนมากทำให้ขาสามารถพักในตำแหน่งที่ยกได้หลายแบบ

4. เก้าอี้ล้อเลื่อนที่มีพนักพิงเป็นของนอนมีประโยชน์ถ้าคุณมีปัญหาในการนั่งตัวตรงหรือต้องการนอนบ่อยๆ

5. รถเข็นคนพิการที่เหมาะสมสำหรับเด็กจะต้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและสภาพแวดล้อมทางสังคมของเด็กและหากเป็นการใช้ในระยะยาวต้องสามารถ เติบโต กับเด็กได้ ซึ่งหมายความว่าไม่เพียง แต่จะต้องหาที่ที่มีที่วางแขนและที่วางเท้าที่ถอดออกได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงที่ช่วยให้คุณสามารถแทนที่ crossbrace และส่วนหน้าเฟรม

6. เก้าอี้น้ำหนักเบามีน้ำหนักแตกต่างกันไปตั้งแต่สิบสองถึงสี่สิบห้าปอนด์และถูกออกแบบมาสำหรับกีฬารถเข็นคนพิการ วันนี้พวกเขากลายเป็นที่นิยมสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันเพราะดูดีและสะดวกในการขนส่ง

7. รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า พิเศษถูกสร้างขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการเก้าอี้หรือเก้าอี้ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับน้ำหนักได้มากขึ้นหรือสำหรับผู้ที่สามารถขับเคลื่อนเก้าอี้ด้วยแขนข้างเดียวหรือมีจุดศูนย์ถ่วงน้อยกว่าเพราะการตัดขา มีเก้าอี้ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยในสถานพยาบาล เก้าอี้ที่สามารถใช้งานได้ด้วยจอยสติ๊กแบบตั้งโปรแกรมได้ควบคุมศีรษะหรือเปิดเสียง และเก้าอี้สำหรับใช้ในร่มเท่านั้น ไม่ว่าคุณต้องการอะไรเป็นพิเศษคุณสามารถหาเก้าอี้ที่เหมาะกับคุณได้

 

การตลาดดิจิตอลทำไมถึงต้องมี การทำ seo สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ ??

Published / by admin

ปัจจุบันเรื่องของธุรกิจออนไลน์นั้นกำลังเป็นรูปแบบการทำธุรกิจที่ได้มีความนิยมเป็นอย่างมากที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีในเรื่องของการสื่อสารที่ได้มีการพัฒนารูปแบบช่องทางการสื่อสารจากการโทรติดต่อสื่อสารและได้คิดค้นระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นช่วยในเรื่องของการติดต่อที่สามารถใช้เป็นแหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร หรือวิธีการต่าง ๆ เอาไว้ในระบบเครือข่ายนี้ ทำให้เรื่องของการทำธุรกิจออนไลน์นั้นจึงกลายเป็นธุรกิจยอดนิยมที่มีทั้งผู้ใช้บริการและผู้ที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจนำวิธีการนี้ไปใช้

ในเรื่องของการทำธุรกิจออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันนี้เองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านการทำธุรกิจกันมากขึ้นเป็นจำนวนมากเนื่องจากการได้มีอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยเป็นช่องทางการทำธุรกิจนี้เองก็สามารถที่จะทำการติดต่อสื่อสารได้สะดวกมากยิ่งขึ้นแล้วและยังเพิ่มโอกาสที่จะสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมได้จากการที่มีผู้เข้าใช้งานในอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการเข้าใช้งานของผู็เข้าใช้ที่มีจำนวนมากนี้เองทำให้นักธุรกิจนั้นมองเห็นว่าเป็นช่องทางที่สามารถจะสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นมาได้ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการคิดค้นและวิธีการทำธุรกิจแบบใหม่เข้ามาหรือการทำธุรกิจรูปแบบเดิมที่ได้มีการแข่งขันกันอยู่แล้ว ได้เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นมาอีกทำให้เรื่องของการทำธุรกิจออนไลน์เองก็จำเป็นที่จะต้องมี การตลาดดิจิตอลเข้ามาช่วยให้รูปแบบการทำธุรกิจออนไลน์ของตัวเองนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม และในรูปแบบของหลักการตลาดดิจิตอลนี้เองก็มีวิธีการที่จะมาช่วยทำให้ธุรกิจออนไลน์นั้นได้มีโอกาสสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมและยังเป็นวิธีการที่ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์นั้นเป็นเว็บไซต์ที่ถูกพบเห็นมากขึ้นได้ด้วยวิธี การทำ seo ที่เป็นวิธีการที่จะมาช่วยให้ธุรกิจออนไลน์นั้นมีอันดับการค้นหาเป็นอันดับแรกของ Google

การทำ seo นั้นได้เป็นวิธีการที่สำคัญอย่างมากและมีความจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ซึ่งเป็นวิธีการที่จะทำให้เว็บไซต์ธุรกิจของตัวเองนั้นมีการติดอันดับการค้นหาในเว็บไซต์ Google ทำให้เพิ่มโอกาสของผู้ที่สนใจและมีความต้องการเมื่อได้ทำการค้นหาข้อมูลแล้วเข้ามาเยี่ยมชมในเว็บไซตฺ์ธุรกิจที่ได้มีการทำเอาไว้นั้น ให้กลายเป็นการสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ในการทำธุรกิจออนไลน์เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม การทำ seo จึงได้เป็นวิธีการที่เข้ามาช่วยการทำธุรกิจออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากนี้เองได้มีโอกาสเสริมรายได้ให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยหลักการทำงานและขั้นตอน การทำ seo นั้นก็จะทำการวิเคราะห์ คำศัพท์ ที่ผู้คนที่มีความต้องการในแต่ละเรื่องนั้นได้เสริมแทรกเอาไว้ในเว็บไซต์ทำให้โอกาสพบเจอนั้นเองก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม